รถบรรทุก LNG ปลดล็อค ธุรกิจขนส่ง ลดต้นทุน 15-25% หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้

รถบรรทุก LNG ปลดล็อดต้นทุน ‘ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์’ ประหยัดขึ้น 15-25%

ถ้าคุณคือ ‘ผู้ประกอบการในธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์, เจ้าของฟลีทรถบรรทุก’ ที่กำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้ และยังไม่มีทางออก

ราคาดีเซลแพง ต้องแบกต้นทุนสูง
ติดตั้ง CNG แต่ถังกำลังหมดอายุ จะเปลี่ยนใหม่ก็ไม่คุ้ม เพราะภาครัฐเลิกสนับสนุน สถานีเติมก็หายากขึ้นทุกวัน…

ทางออกคือ..การเปลี่ยนรถบรรทุก ดีเซล/CNG เป็น LNG เชื้อเพลิงทางเลือกแห่งอนาคต เทรนด์ใหม่ของภาคการขนส่งไทย โซลูชั่นที่ ‘คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด’ สำหรับผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน

หงษ์ทอง เอ็นเนอร์จี้ ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมข้อเสนอพิเศษสุด เฉพาะ 50 คันแรก

ติดแก๊ส รถบรรทุก LNG หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้

ติดต่อทีมงาน สอบถามโปรโมชั่น รับข้อมูลเพิ่มเติม

ติดแก๊ส LNG รถบรรทุก คุ้มสุด ประหยัดกว่า ดีเซล หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้
รถบรรทุก ติดแก๊ส LNG ดีไหม หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้

LNG คือ ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas) เป็นก๊าซธรรมชาติที่ถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็นของเหลว ด้วยอุณภูมิ ติดลบ 160-162 °C ทำให้ปริมาณลดลงถึง 600 เท่า เพื่อความสะดวกในการขนส่งและจัดเก็บ ขณะที่ CNG คือ ก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas) แม้ว่าเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิดจะเป็นก๊าซธรรมชาติเหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติและอยู่ในรูปแบบสถานะการใช้งานที่แตกต่างกัน 

คุณสมบัติเด่นของ LNG เป็นพลังงานสะอาด มีประสิทธิภาพสูง ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ คาร์บอนต่ำ จึงปล่อยมลพิษน้อย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังเบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ โอกาสติดไฟค่อนข้างยาก (ต้องมีอุณหภูมิถึง 645 °C) จึงมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง

ปัจจุบันเชื้อเพลิง LNG เป็นพลังงานทางเลือกที่ถูกนำมาใช้งานทั่วโลก และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีการใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการขนส่ง เช่น เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า, เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสากรรม, เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถบรรทุกใช้งานเชิงพาณิชย์

หากเปรียบเทียบกับ น้ำมันดีเซล LNG ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) น้อยลง 20-30% และลดการปล่อย ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂), ฝุ่น PM2.5 และไนโตรเจนออกไซด์ (NOₓ) อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ช่วยลดมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ

รถบรรทุก LNG มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน เนื่องจากราคาถูกกว่าดีเซล และหากเทียบกับ CNG จะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่า การสึกหรอต่ำกว่า ดังนั้น ในระยะยาวจะช่วยสร้างความคุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมให้ผู้ประกอบการ

สิ่งสำคัญควรเลือกติดตั้งระบบที่เหมาะกับการใช้งาน อุปกรณ์มีคุณภาพสูง เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้มาตรฐานสากล จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างระบบฉีดร่วม (DDF) ของ Prins จากการทดสอบในรถบรรทุก ISUZU GXZ 360 พบว่า สามารถประหยัดจากเดิมได้ถึง 22%

การติดตั้งแก๊ส LNG ในรถบรรทุก
แบ่งเป็น 2 ระบบ

ระบบเชื้อเพลิงผสม (ฉีดร่วม)

 Diesel Dual Fuel (DDF) :
คือการดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซล ให้สามารถใช้เชื้อเพลิงผสม ระหว่าง “น้ำมันดีเซล + ก๊าซ LNG” 

โดยการฉีดก๊าซเข้าไปในห้องเผาไหม้ ร่วมกับน้ำมันดีเซล ทำให้สามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลลงได้ และช่วยลดต้นทุนในการใช้เชื้อเพลิง สามารถติดตั้งได้กับ “รถบรรทุก” ทุกประเภท

ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว

DDC (Dedicated System) : คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ดีเซล/CNG มาใช้ก๊าซ LNG 100% (Modified Engine) 

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ตั้งแต่ “วันแรกที่ติดตั้ง” แก้ปัญหามลพิษ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 อีกทั้งความเย็นของก๊าซ LNG ยังช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารเย็นลง ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ในระยะยาว และการเติมก๊าซ ใช้เวลาแค่ 10 นาที

ชุดอุปกรณ์และถังก๊าซ
แบรนด์ชั้นนำ เทคโนโลยีขั้นสูง

การันตี มาตรฐานสากล ECER110

ชุดอุปกรณ์แก๊ส LNG Conversion Kit - Prins Dieselblend 2.1 หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้
ถังก๊าซ LNG_cylinder_Truck_หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้

ติดแก๊ส LNG ราคา
คุ้มค่าสูงสุด’ ลดต้นทุนระยะยาว

ติดแก๊ส LNG รถบรรทุก เปรียบเทียบเชื้อเพลิง ราคา ระยะเวลาคืนทุน

รถบรรทุก ติดแก๊ส LNG
ระบบฉีดร่วม DDF “ดีเซล-LNG”

จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก
คันแรกของไทย

1st_lng-truck_diesel-dual-fuel_in-thailand
hongtongenergy_banner_cover

Why Us? ทำไมต้อง
HONGTONG ENERGY

  • ตัวจริงเรื่อง ติดแก๊ส LNG ครบวงจร
  • ถังก๊าซและอุปกรณ์ มาตรฐานสากล (ECER110)
  • อู่ติดตั้ง ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้
  • ทดสอบปรับจูน ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
  • ทีมงาน วิศกร ช่างเทคนิค เชี่ยวชาญ ประสบการณ์สูง
  • วิจัยและพัฒนา ร่วมกับวิศกรต่างประเทศ
  • ให้บริการและดูแลหลังการขาย แบบมืออาชีพ
  • คู่ค้า พันธมิตร ซัพพลายเออร์ แบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

คำถามพบ่อย (FAQ)
เกี่ยวกับรถบรรทุก LNG

💡LNG คืออะไร? ต่างกับ CNG อย่างไร?

LNG คือ ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas) ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่ถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็นของเหลว ด้วยอุณหภูมิติดลบประมาณ 160-162 °C ใช้สำหรับรถบรรทุกขนส่ง

ขณะที่ CNG คือ ก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas) ด้วยแรงดันสูงประมาณ 3,000–3,600 psi สำหรับใช้เติมรถ Natural Gas for Vehicles (NGV)

กล่าวคือทั้ง LNG และ CNG เป็นก๊าซธรรมชาติเหมือนกัน แต่ต่างกันที่องค์ประกอบ คุณสมบัติ สถานะ และการใช้งนาน

💡เติมก๊าซ LNG ได้ที่ไหน?

ขณะนี้ สถานีเติม LNG (ปั๊ม) กำลังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีให้บริการที่ ‘มาบเอียง ชลบุรี’ (BTSG), ‘หนองแค สระบุรี’ (ปตท.) และทยอยพิ่มขึ้นอีกหลายแห่งเร็ว ๆ นี้

💡เติม LNG 1 ถัง วิ่งได้ระยะทางกี่กม.?

ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว (Dedicated LNG Engine System): เปลี่ยน CNG เป็น LNG 100% 👉 ระยะทางที่วิ่งได้ เฉลี่ยประมาณ 1,200-1,400 กม.

ระบบฉีดร่วม DDF (Diesel Dual Fuel System): ใช้เชื้อเพลิง ‘ดีเซล + LNG’ 👉 ระยะทางที่วิ่งได้ เฉลี่ยประมาณ 2,400-2,800 กม. 

💡มาตรฐานอุปกรณ์, เทคโนโลยี LNG, การสึกหรอของเครื่องยนต์?

หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้ เรามีประสบการณ์กว่า 17 ปี ในวงการรถติดตั้งแก๊ส มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่เราใช้ติดตั้งล้วนเป็นเกรดคุณภาพสูง เทคโนโลยีทันสมัย ได้รับรองมาตรฐานสากล (ECER) และผ่านการทดสอบเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในประเทศไทย

โดยแบ่งเป็น 2 ระบบ อาทิ

  • ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว (DDE) ใช้ LNG 100% 
  • ระบบฉีดร่วม (DDF) ใช้ดีเซล + LNG  

สำหรับชุดอุปกรณ์ LNG Conversion เราใช้ของ Prins แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมกับมีการทดสอบ/วิจัยพัฒนา ร่วมกับทีมวิศวกร Prins อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น แน่นอนว่าสิ่งที่คุณจะได้คือประสิทธิภาพการใช้งานที่ “คุ้มค่า” การสึกหรอต่ำ ลดต้นทุน ประหยัดเชื้อเพลิง และช่วยลดมลพิษในภาคขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

💡ข้อดีของรถบรรทุก LNG ?

✅ ช่วยลดต้นทุนโดยรวม 15-25%
✅ ประหยัดกว่า ดีเซล/CNG 1-3 บาท/กม.
✅ วิ่งได้ไกลขึ้น (ระยะทางต่อรอบ)
✅ อัตราเร่งดี ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
✅ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยมลพิษ
✅ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ ด้านคาร์บอนเครดิต
✅ CNG กำลังถูกยกเลิก และสถานีเติม LNG กำลังขยายตัวต่อเนื่อง
✅ ค่าติดตั้งคุ้มกว่า คืนทุนภายใน 1.5-2 ปี

  • ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว (Dedicated LNG Engine System): เปลี่ยน CNG เป็น LNG 100% 👉 ระยะทางที่วิ่งได้ เฉลี่ยประมาณ 1,200-1,400 กม.
  • ระบบฉีดร่วม DDF (Diesel Dual Fuel System): ใช้เชื้อเพลิง ‘ดีเซล + LNG’ 👉 ระยะทางที่วิ่งได้ เฉลี่ยประมาณ 2,400-2,800 กม

💡รถบรรทุก LNG ประหยัดเท่าไหร่?

รถบรรทุกติดตั้ง LNG ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ลดต้นทุนขนส่ง คืนทุนเร็ว ซึ่งจากการทดสอบอัตราสิ้นเปลือง พบว่า การเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ LNG ในรถบรรทุกขนส่ง ช่วยประหยัดได้ 15-25% หรือประมาณ 1-3 บาท/กม. (แล้วแต่รุ่นรถ ระบบที่ติดตั้ง และสภาวะการขับขี่)  

💡ติดตั้ง LNG ราคา เท่าไหร่?

ราคาในการติดตั้ง แบ่งเป็น 2 ระบบ ดังนี้ 

1.) ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว (Dedicated LNG Engine System) ใช้ LNG 100% 👉 ค่าใช้จ่ายประมาณ 3-3.5 แสนบาท / ระยะเวลาคืนทุน ประมาณ 1.5-2 ปี

2.) ระบบฉีดร่วม DDF (Diesel Dual Fuel System) ดีเซล + LNG 👉 ค่าใช้จ่ายประมาณ 4-5 แสนบาท / ระยะเวลาคืนทุน ประมาณ 2 ปี

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบริการด้านสินเชื่อ/ไฟแนนซ์ ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการขนส่ง ที่ต้องการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงรถบรรทุกจาก ดีเซล/CNG มาเป็น LNG รวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนในสถานีให้บริการ LNG

ดูรายละเอียดคลิก 👉 https://hongtongenergy.com/greenloan/

หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่: บริษัท หงษ์ทองเอ็นเนอร์จี้ จำกัด (Line ID: @htlng)
เรามีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา  

💡จุดคุ้มทุนในการติดตั้ง LNG?

การติดตั้งระบบ LNG ถือเป็น “การลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว” ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1.5-2 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น เนื่องด้วยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและผันผวนต่อเนื่อง ขณะที่รถที่ใช้ CNG ส่วนใหญ่ ถังก๊าซมีอายุครบกำหนดการใช้งานตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนถังใหม่ หรือแปลงเครื่องยนต์กลับไปใช้ดีเซล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนมาใช้ LNG ที่ราคาถูกกว่า อยู่ในทิศทางที่ได้รับการสนับสนุน (แทนที่ CNG) โครงสร้างพื้นฐานกำลังขยายตัวต่อเนื่อง และตอบโจทย์ด้านการลดมลพิษ   

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเชื้อเพลิง แบ่งเป็น ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว คือการเปลี่ยนจาก CNG เป็น LNG 100% (เปลี่ยนถัง) จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนบาทต่อคัน และระบบฉีดร่วม ดีเซล+LNG ค่าใช้จ่ายจึงสูงกว่าเล็กน้อย อยู่ประมาณ 4-5 แสนบาทต่อคัน เนื่องจากมีการติดตั้งถังและอุปกรณ์เพิ่มเติม  

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ LNG เช่น ส่วนลดค่าติดตั้ง/แปลงระบบ, วงเงินสินเชื่อ/ไฟแนนซ์ ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง (ดูเพิ่มเติมคลิก)

ทั้งนี้ ข้อดีของรถบรรทุกที่ใช้ก๊าซ LNG นอกจากช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการแล้ว ความเย็นของ LNG บวกกับเทคโนโลยีของอุปกรณ์ติดตั้งและการปรับจูนที่เหมาะสม ยังช่วยให้เครื่องยนต์มีการสึกหรอต่ำ อัตราเร่งดี ประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ซึ่งโดยรวมแล้วสามารถคืนทุนได้ใน 18-24 เดือน (แล้วแต่รุ่นรถและการใช้งาน)

💡แนวโน้มการใช้ LNG เชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่ง?

LNG (Liquefied Natural Gas หรือ ก๊าซธรรมชาติเหลว) ถือเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงหลักที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนพัฒนาประเทศในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
.
💡ข้อดีของการใช้เชื้อเพลิง LNG
✔️ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปล่อยมลพิษน้อยกว่า ดีเซล
✔️ เชื้อเพลิงสะอาด ให้ค่าพลังงานสูง ใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน
✔️ ราคามีแนวโน้มถูกลง
✔️ ความต้องการใช้งาน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
✔️ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จำนวนสถานี LNG กำลังเพิ่มขึ้น
✔️ ส่งเสริมการทำ “คาร์บอนเครดิต” ของหลายองค์กร
✔️ ส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
✔️ ช่วยลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
✔️ นโยบายภาครัฐ ส่งเสริมการใช้ LNG ในภาคขนส่ง ลดมลพิษทางอากาศ

ตัวอย่างเสียงตอบรับ
จากผู้ประกอบการที่ใช้งานจริง

บริการครบ จบที่เดียว!
One Stop Service

ข่าวสารกิจกรรมและบทความ