หงษ์ทอง เอ็นเนอร์จี้ ร่วมเสวนา “นวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับภาคขนส่ง” ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยเทคโนโลยี LNG & Carbon Credit
หงษ์ทอง เอ็นเนอร์จี้ เข้าร่วมงานเสวนา “นวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับภาคขนส่ง (Low Carbon Innovation for Transportation)” ภายในงาน International Engineering Expo 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เข้าร่วมรับฟัง พร้อมกับเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนมุมมองและนำเสนอแนวทางการลดคาร์บอนในภาคการขนส่ง ด้วยเทคโนโลยี LNG และ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) หนึ่งในกลไกช่วยขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตที่ยั่งยืน
โดย คุณพัฒน์สวัสดิ์เวศย์ เติมพิทยาเวช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) หงษ์ทอง เอ็นเนอร์จี้ ได้เข้าร่วมรับฟังเสวนาและติดตามแนวโน้มการใช้พลังงานทางเลือก รวมถึงระบบบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ในระดับประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งไทย เปลี่ยนผ่านสู่การใช้เชื้อเพลิง LNG เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน แก้ปัญหาด้านมลพิษ ขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero แนวโน้มพลังงานในอนาคต และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐและสากล
สอบถามเพิ่มเติม / ขอใบเเสนอราคา
ในโอกาสเดียวกัน คุณสุรพงษ์ เข็มมุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของบริษัท และที่ปรึกษาทางธุรกิจ บริษัท บีทีเอสจี จำกัด พร้อมด้วย คุณฤชุกร จำปาทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียมโปรเทค จำกัด ได้ร่วมกันเป็นวิทยากรในงาน โดยได้นำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับ “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกในการแปลงระบบเชื้อเพลิงของรถบรรทุกจาก ดีเซล หรือ CNG เป็น LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) เพราะถือเป็นเชื้อเพลิงสะอาดที่ปล่อยมลพิษน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเชื้อเพลิงแบบเดิม ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้งยังเป็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจในอนาคต ผ่านการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาด จึงนับเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตามหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม Environment, สังคม Social, ธรรมาภิบาล Governance)
สำหรับเทคโนโลยี LNG ในการแปลงระบบเชื้อเพลิงรถบรรทุกของหงษ์ทอง เอ็นเนอร์จี้ แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ ระบบเชื้อเพลิงเดี่ยว (Dedicated System) ใช้ก๊าซ LNG 100% และระบบเชื้อเพลิงร่วม (DDF: Diesrl Dual Fuel) ใช้ดีเซล+LNG ในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วยถังก๊าซ LNG Cylinder Tank, ชุดอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ LNG Conversion Kit ที่ได้มาตรฐานสากล โดยเรามีพาร์ทเนอร์บริษัทชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่ไว้วางใจได้ในเรื่องมาตรฐาน นวัตกรรม/เทคโนโลยี การติดตั้ง/ดัดแปลง รวมถึงประสิทธิภาพการใช้งาน (อ่านเพิ่มเติม: ผลิตภัณฑ์และบริการ)
- Prins (Netherlands/USA) ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบเชื้อเพลิงทางเลือกคุณภาพสูง ทั้ง LPG, CNG, LNG, H2 (ไฮโดรเจน)
- Dyno Dynamics (Australia/TH) ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ เด่นด้านเทคโนโลยีทดสอบแรงม้า คำนวณการจ่ายเชื้อเพลิงและค่ามลพิษ ( Horsepower testing technology, fuel injection and emission calculations)
- MaxxECU (Sweden) เชี่ยวชาญด้านระบบควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ประสิทธิภาพสูง นวัตกรรมขั้นสูงสำหรับรถแข่ง-รถดัดแปลง มีตั้งแต่รุ่นพื้นฐานจนถึงรุ่นโปร
สอบถามเพิ่มเติม / ขอใบเเสนอราคา
ชุดแก๊ส Prins DieselBlend 2.1 ระบบฉีดร่วม DDF
🔰อุปกรณ์แก๊ส เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง มีคุณภาพ มาตรฐานสูง
🔰ช่วยลดต้นทุน ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด 15-25%
🔰ช่วยลดมลพิษ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจาก LNG คือก๊าซธรรมชาติเหลว คาร์บอนต่ำ อีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Energy)
🔰ช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
🔰สามารถติดตั้งได้กับ “รถบรรทุก” ทุกประเภท
🔰ผ่านการทดสอบ รับรองมาตรฐานสากล (ECE R110)
การติดตั้งแก๊ส LNG ระบบ DDF (Diesel Dual Fuel) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงดีเซล โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เข้ามาฉีดร่วมในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ ทำให้ระบบนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการขนส่งเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะสถานการณ์คุณภาพอากาศย่ำแย่ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 อยู่ในขณะนี้
ดังนั้น การเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุก ติดแก๊ส LNG ในอุตสาหกรรมขนส่งที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการใช้เชื้อเพลิง จึงสามารถตอบโจทย์ได้ด้วยการนำระบบเชื้อเพลิงทางเลือก LNG เข้ามาใช้งาน เพื่อเป็นตัวช่วยสำคัญในการพัฒนาให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

